ยินดีต้อนรับสู่ Cancer Coach


ถึงเวลาที่คุณต้องเอาชนะโรคมะเร็งแล้ว!

ดูบริการของเรา


เลื่อนลง

Cancer Coach คือใคร?

ที่ Cancer Coach เราเชื่อว่าการได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่คุกคามชีวิตเช่นมะเร็งไม่ใช่จุดจบ หลังจากการวินิจฉัย คุณอาจพบกับอารมณ์ที่หลากหลายตั้งแต่การหมดความเชื่อมั่น ความทุกข์ ความโกรธและความหดหู่ และอารมณ์เหล่านี้อาจคงอยู่ตราบเท่าที่คุณยอม คุณจะพยายามมองหาการวินิจฉัยและการรักษาจากผู้ให้บริการทางการแพทย์มืออาชีพหลายราย แต่จะไม่มีใครให้การสนับสนุนที่คุณอาจไม่รู้ว่าคุณต้องการในระหว่างการค้นหา นั่นคือจุดที่ Cancer Coach สามารถช่วยคุณได้!

เป้าหมายของ Cancer Coach:
เป้าหมายของ Cancer Coach:  ทีมของเรามุ่งหวังที่จะสนับสนุนคุณในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ใช่แค่ในแง่ของสถิติ เราจะช่วยนำทางคุณในด้านการรักษาและช่วยเหลือคุณในด้านการแพทย์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

การรักษาเราเหมาะสำหรับใคร: โปรแกรมของเราเหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งทุกราย ไม่ว่าคุณจะอยู่ระหว่างการรักษา หาวิธีการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันและคุณภาพชีวิตของคุณ หรือพยายามหาวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับมะเร็งของคุณ

มุมมองของดร. ฮอสซามี่ เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นผลที่เกิดมาจากการทำงานผิดปกติภายในร่างกายของเรา ซึ่ง ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ที่บกพร่องรวมกับระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอหรือทำงานผิดปกติ

โรคนี้สามารถส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆในร่างกาย รวมทั้งสมอง เต้านม ตับปอด และอื่นๆ เนื่องจากโรคมะเร็งมีต้นกำเนิดที่แตกต่างกัน เนื้อร้ายนี้จึงมีมากกว่า 100 ชนิด

ในปี 2561 จำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเพิ่มขึ้นจาก 14.1 ล้านคนในปี 2555 เป็น 18.1 ล้านคน โรคมะเร็งจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นโรคแห่งศตวรรษ คุณอาจถามตัวเองว่าโรคมะเร็งเริ่มต้นขึ้นอย่างไร? คำตอบคือร่างกายของเรามีเซลล์ที่แบ่งออกเป็นพันล้านเซลล์ และการแบ่งเซลล์นี้ถูกควบคุมโดยระบบทั้งหมดในร่างกายของเรา ณ จุดใดก็ได้ กระบวนการนี้อาจหยุดชะงักและเซลล์ของเราสามารถเริ่มแบ่งตัวออกอย่างผิดปกติ เซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้จะกลายเป็นมะเร็งหรือเนื้อร้าย เมื่อการแบ่งตัวผิดปกติเกิดขึ้นภายในดีเอ็นเอของเซลล์ ดีเอ็นเอในแต่ละเซลล์จะมีสายพันธุ์จำนวนมากซึ่งมีคำสั่งว่าเซลล์จะทำงาน แบ่งตัว และเติบโตอย่างไร โรคมะเร็งเกิดจากการเปลี่ยนแปลง (การกลายพันธุ์) ในดีเอ็นเอของสายพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการคลอด (พันธุกรรม) ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง (ที่ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรม)

ในการดำเนินชีวิต รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การสูบบุหรี่ การได้รับรังสี การดื่มแอลกอฮอล์ ไวรัส โรคอ้วนและเรื้อรังอักเสบ ในสถานการณ์ปกติ เซลล์ภูมิคุ้มกันของเราจะรับรู้และกำจัดเซลล์ที่กลายพันธุ์เหล่านี้โดยอะพอพโทซิส (apoptosis) ซึ่งเป็นกระบวนการของการสูญสิ้นของเซลล์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ น่าเสียดายที่เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอ ระบบจะไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะป่วยและอ่อนแอต่อโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น มะเร็งเองก็สามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลงได้เช่นกัน สัญญาณและอาการที่แสดงออกของโรคมะเร็งมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของโรค สัญญาณบางอย่างอาจรวมถึง

  •  ความเมื่อยล้า
  • ก้อนเนื้อ หรือบริเวณที่หนาขึ้นซึ่งสามารถรู้สึกได้ใต้ผิวหนัง
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก รวมถึงการลดหรือเพิ่มแบบผิดปกติ
  • การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง เช่น ผิวเหลือง ผิวคล้ำหรือแดง แผลที่ไม่หายหรือการเปลี่ยนแปลงของไฝที่มีอยู่
  •  การเปลี่ยนแปลงด้านความเคยชินของลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ
  •  อาการไอต่อเนื่อง หรือหายใจลำบาก
  • ความยากลำบากในการกลืน
  • อาการเสียงแหบ
  • อาการไม่ย่อยถาวร หรือรู้สึกไม่สบายหลังรับประทานอาหาร
  • อาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างต่อเนื่อง
  • อาการไข้หรือเหงื่อออกตอนกลางคืนที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างต่อเนื่อง
  • เลือดออกหรือช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทีมงานของเรา

ดร. อับดุลลา เอล ฮอสซามี่

นายแพทย์และผู้ก่อตั้ง Cancer Coach

ธาร่า คอนราด

โภชนากรและไลฟ์สไตล์โค้ช

สุกัญญา โตร่วงศรี (โบว์)

ผู้จัดการฝ่ายบริการ

คำรับรองจากผู้ใช้บริการ

รัชณีพร ชัญหบดี
มะเร็งลำไส้ใหญ่

ในเดือนกรกฎาคมปี 2559 ตอนอายุ 63 ปี ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ซึ่งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นในช่องท้อง ฉันไม่สามารถผ่าตัดได้และได้ถูกแนะนำว่าให้ใช้เคมีบำบัดเป็นตัวเลือกหลัก แต่ฉันไม่ต้องการทำเคมีบำบัดเพราะทราบดีว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างกับอวัยวะภายใน ระบบภูมิคุ้มกันและเซลล์ที่ยังแข็งแรงอยู่
แอลิสัน กอสเปอร์
โรคมะเร็งเต้านม

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2018 ตอนอายุ 39 ปีฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 ซึ่งทำให้ฉันได้รับความเสียหายอย่างมากและตกใจกับผลการวินิจฉัย ฉันไม่สามารถหยุดคิดถึงครอบครัวที่เพิ่งเติบโตของฉัน ในตอนนั้นฉันตระหนักว่ามีทางเลือกในการรักษาน้อยมาก แต่ตัวของฉันเองก็ไม่ได้คิดว่าโรคนี้มาพร้อมกับโทษประหารชีวิตสำหรับฉัน
เลทิเชีย ไดเออร์
โรคมะเร็งเต้านม

ฉันชื่อ เลทิเชีย ไดเออร์ อายุ 47 ปี ฉันโชคดีมากที่ได้ดร.ฮอสซามี่ช่วยในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมทั้งสองชนิดที่ฉันพบเจอตั้งแต่ปี 2017
ดานิเอลล่า รัสเซล
โรคมะเร็งเต้านม

ดร.อับดุลลา ฮอสซามี่เป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราและนี่คือเหตุผลว่าทำไม เมื่อเราได้คุยกับดร.ฮอสซามี่ครั้งแรกผ่านทาง Skype เกี่ยวกับการหาข้อมูลการรักษาโรคมะเร็งเต้านมเเละคลีนิคต่างๆที่เหมาะสม ดร.ฮอสซามี่ ได้ทำให้เรารู้สึกถึงความหวังที่มีอยู่ พร้อมด้วยให้ความรู้ที่ดีกับเรากับคำตอบที่ละเอียดต่อการพิจารณาในการรักษา
แคเรน ฟิลบี้
โรคมะเร็งปอด

คุณเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 และไม่มีทางเลือกในการรักษาใดๆ และเราคาดว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน เราขอแนะนำให้คุณกลับบ้านไปทำสิ่งที่คุณต้องการตามลำดับและใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด
สตีเว่น สเลเตอร์
โรคมะเร็งเซลล์อซินิค

ในปี 2559 เมื่อผมเริ่มค้นหาวิธีการรักษามะเร็งแบบบูรณาการ ผมได้พบรายชื่อคลินิกทั้งหมด 22 แห่งจากทั่วโลก (ตั้งแต่ในเม็กซิโกจนถึงประเทศไทย) หลังจากการปรึกษาหารืออย่างละเอียดถี่ถ้วน ในที่สุดผมก็คัดเลือกออกมาได้เหลือแค่ 3 คลินิกและในที่สุด หลังจากการปรึกษาหารือแบบตัวต่อตัวกับดร.ฮอสซามี่ในกรุงเทพฯเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ผมได้เชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าเขาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผมในการก้าวไปข้างหน้าโดยที่ไม่ต้องสงสัยเลย
อีนัส อับเดลฟาตาฮ์
โรคมะเร็งเต้านม

ตอนที่ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อปีที่แล้ว มันรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนสำหรับฉัน ฉันเสียใจและหมดหวังมาก ฉันสิ้นหวังเมื่อได้รับคำปรึกษาจาก ดร.ฮอสซามี่ในตอนเเรก ในวันนั้นเขาได้ให้ความหวังฉันแต่มันเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเขาแนะนำหลายช่องทางให้กับฉันและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลให้ฉัน

คลินิกของเรา